• หน้าแรก
  • ทัวร์ต่างประเทศ
  • ทัวร์ในประเทศ
  • แพ็คเกจทัวร์
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • จองโรงแรม
  • เกี่ยวกับเรา/ติดต่อเรา
LINE QR CODE
LINE ID
ทัวร์เอเชีย
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์จีน
ทัวร์ไต้หวัน
ทัวร์ฮ่องกงมาเก๊า
ทัวร์สิงคโปร์
ทัวร์พม่า
ทัวร์เวียดนาม
ทัวร์ลาว กัมพูชา
ทัวร์บาหลี บรูไน
ทัวร์ดูไบ
ทัวร์อินเดีย ภูฏาน
ทัวร์อียิปต์ จอร์แดน
ทัวร์ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์
ทัวร์จอร์เจีย
ทัวร์ยุโรปตะวันตก
ทัวร์อังกฤษ
ทัวร์รัสเซีย ตุรกี
ทัวร์โครเอเชีย
ทัวร์สแกนดิเนเวีย
ทัวร์อเมริกาแคนาดา
ตรวจสอบใบอนุญาต
ติดต่อเรา
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 3
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 271
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,683,733
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
6 กรกฎาคม 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30  31   
             
  ทัวร์ยุโรป
[ +zoom ]
ทัวร์ตุรกี 10 วัน 7 คืน บิน EK เดินทาง กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 63 ราคาเริ่ม 29,900 บาท
Print
รหัสสินค้า : FCTV4709
ราคา : 29,900.00 บาท

ทัวร์ตุรกี 10 วัน 7 คืน บิน EK เดินทาง กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 63 ราคาเริ่ม 29,900 บาท
คำเกี่ยวข้อง: ทัวร์ตุรกี, ตุรกีทัวร์, เที่ยวตุรกี, ทัวร์ตุรกีโปรโมชั่น, ทัวร์ตุรกีราคาถูก, ทัวร์ตุรกีโปรไฟไหม้, ทัวร์ตุรกีม้าไม้, ทัวร์ตุรกีเมืองทรอย, ทัวร์ตุรกีเที่ยวอิสตันบูล, ทัวร์ตุรกีอิสตันบูล
 
ตุรกี 10 วัน 7 คืน
วันแรก                    ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 
23.30 น.       พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9แถวTสายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก
วันที่สอง                 ดูไบ– อิสตันบูล– ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส
03.30 น.       ออกเดินทางสู่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK377/EK119
*.*.*. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ*.*.*.
13.50น.        (เวลาท้องถิ่น)เดินทางถึงสนามบินกรุงอิสตันบูล (SabihaGokcen International Airport)หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองก่อนและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว .....นำท่าน ล่องเรือผ่านช่องแคบบอสฟอรัสซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้เส้นทางนี้มีความน่าสนใจมาก ด้วยการล่องชมวิวไปด้วยเรือลำใหญ่ 2 ชั้น เปิดพื้นที่กว้างบนดาดฟ้าเรือให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศโดยรอบได้สบาย บริเวณช่องแคบบอสฟอรัสนี้คือจุดแบ่งอิสตันบูลออกจากเอเชียและยุโรป และยังเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างทะเลดำ (The Black Sea) และทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) เป็นจุดสิ้นสุดของขอบเขตเอเชียและยุโรปที่บรรจบกัน มีความกว้างต่างกันไป บางจุดกว้าง 500 เมตร ในขณะที่บางจุดกว้างถึง 3 กิโลเมตร และมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตร ได้อิ่มวิวอิ่มบรรยากาศของสองฝั่งช่องแคบและพระราชวังโดลมาบาเช่ที่ตั้งอยู่ริมน้ำในอีกมุมหนึ่งซึ่งสวยสง่าน่าชม
ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก             GOLDEN WAY HOTELหรือเทียบเท่า
วันที่สาม        อิสตันบูล-ฮิปโปโดรม-สุเหร่าสีน้ำเงิน-พระราชวังทอปกาปึ-ชานัคคาเล่
เช้า              รับอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านถ่ายรูป (ด้านนอก) ฮิปโปโดรม (Hippodrome)จัตุรัสที่แต่เดิมในยุคโบราณถือเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองในยุคไบแซนเทียมและใช้เป็นลานกว้างสำหรับแข่งกีฬาขับรถม้า แต่ในปัจจุบันลานแข่งนี้ไม่ได้ถูกใช้งานเหมือนเช่นเดิมอีกแล้ว เหลือเพียงร่องรอยจากอดีตที่มีแค่ลานและเสาโบราณอีก 3 ต้น “เสาโอเบลิสก์แห่งกษัตริย์เธโอโดเชียส” (Theodosius Obelisk) เป็นเสาทรงสี่เหลี่ยมฐานกว้างแล้วค่อยเรียวยาวขึ้นไปเป็นยอดแหลมเสาโบราณต้นที่ 2 เรียกกันทั่วไปว่า “เสางู” (Bronze Serpentine Coluumn) เป็นเสาบรอนซ์ที่แกะลวดลายเป็นรูปงู 3 ตัวพันเกี่ยวกันไปมา ได้รับการยอมรับว่าเป็นเสาแบบกรีกที่เก่าแก่ที่สุดที่มีเหลืออยู่ในอิสตันบูลทุกวันนี้ เคยถูกประดับอยู่ที่วิหารเมืองเดลฟี ประเทศกรีซ และถูกสร้างขึ้นเมื่อ 479 ปีก่อนคริสต์กาลในครั้งที่รบชนะเปอร์เซีย เสาที่ 3 มีชื่อว่า “เสาคอนสแตนติน” (Column of Constantine) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1483 เมื่อครั้งเริ่มสร้างนั้นเป็นเสาบรอนซ์ แต่ในช่วงสงครามครูเสดได้ถูกศัตรูหลอมหลอกเอาบรอนซ์ไปจนหมด ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เข้าไปชมจึงมีโอกาสได้เห็นเสาคอนสแตนตินหลงเหลือเป็นเพียงแค่เสาปูนเท่านั้น
นำท่าน ถ่ายรูป (ด้านนอก) สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque)ปัจจุบันถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของอิสตันบูล เป็นมัสยิดที่ถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2152 และสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2159 ภายนอกจะมองเห็นโดมสีฟ้าตั้งอยู่โดดเด่นอันเป็นที่มาของชื่อ “Blue Mosque” ส่วนภายในก็จะประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องอิซนิคตามผนังและกำแพงโดยรอบเป็นลวดลายต่างๆ และแน่นอนว่ากระเบื้องทั้งหมดนี้เป็นสีฟ้า และสีฟ้าทั้งข้างนอกข้างในของมัสยิดแห่งนี้ยังเข้ากันดีกับบรรยากาศของชายฝั่งทะเลที่อยู่ทางเบื้องหลังจากสุเหร่าสีน้ำเงิน
เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย              นำท่าน ถ่ายรูป (ด้านนอก) พระราชวังทอปกาปึ (TopkapiSarayi)พระราชวังเก่าแก่และเป็นสถานที่ชื่อดังของอิสตันบูลอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจะต้องแวะชม และรับรองว่าจะไม่ผิดหวังในความสวยงาม ล้ำค่า และอลังการมาก พระราชวังทอปกาปึมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะเคยใช้เป็นที่ประทับขององค์สุลต่านมายาวนานหลายองค์ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2021 โดยคำบัญชาของ “สุลต่านเมห์เมตที่ 2” แห่งอาณาจักรออตโตมัน หรือสมญานามที่ท่านได้รับคือ “สุลต่านเมห์เมตผู้พิชิต” ปัจจุบันได้ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้โบราณของราชสำนักตุรกีที่น่าชมมาก จะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือจะมีพื้นที่ของพระราชวังชั้นนอก พระราชวังชั้นใน และมีพื้นที่ที่เคยใช้เป็นฮาเร็มของสุลต่าน เมื่อย่างก้าวเข้าสู่พระราชวังจากชั้นนอกและชั้นในจะได้เห็นการตกแต่งพระราชวังที่วิจิตรอลังการอย่างมาก จุดที่น่าสนใจมากคือ ท้องพระคลังที่ใช้เป็นที่เก็บทรัพย์สมบัติมีค่าทั้งหลาย โดยเฉพาะ กริชแห่งทอปกาปิ (Topkapi Dagger) ที่งดงามตั้งแต่ส่วนของปลอกสวมที่ประดับด้วยอัญมณี ไข่มุกและทองคำ ส่วนบนด้ามกริชนั้นประดับด้วยมรกตงดงาม นอกเหนือจากความสวยงามของอัญมณีและเครื่องประดับทั้งหลาย นักท่องเที่ยวจะได้ชมเครื่องโลหะโบราณ เครื่องปั้นดินเผาและเครื่องกระเบื้องอีกมากมาย
นำท่านเดินทางสู่เมืองชานัคคาเล่ (Canakkale)ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาราและทะเลอีเจียน ในอดีตชานัคคาเลเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและการเดินเรือ เพราะเป็นอีกจุดที่เชื่อมต่อเอเชียกับยุโรปเข้าด้วยกัน
ค่ำ                         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก             TROIA TUSAN Hotelหรือเทียบเท่า
วันที่สี่           ชานัคคาเล่-ม้าไม้เมืองทรอย-อัซเคลปิออน-อิซเมียร์
เช้า              รับอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเก่าแก่ในตำนานแห่งนี้หลังจากที่กลายเป็นอดีตมาหลายศตวรรษ ก็ได้ถูกค้นพบ พ.ศ. 2413 “ไฮน์ริช ชลีมานน์” (Heinrich Schliemann) นักโบราณคดีชาวเยอรมันได้เป็นผู้บุกเบิกขุดพบซากเมืองโบราณขึ้นซึ่งก็คือเมืองทรอยนี่เอง เป็นซากเมืองโบราณที่มีพื้นที่ติดกับทะเลอิเจียนตอนบน และอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกี ใกล้กันมีช่องแคบ “ดาร์ดาแนลล์” (Dardanelles) และ “คาบสมุทรกัลลิโปลี” (Gallipoli) จากนั้นไฮน์ริชก็ใช้เวลา 20 ปีถัดมาในการขุดค้นเพิ่มเติมและศึกษาความเป็นมาของซากเมืองแห่งนี้ จนพบว่าทรอยนั้นแบ่งออกเป็น 9 ยุค นับตั้งแต่เมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสต์กาล ไล่มาจนถึง พ.ศ. 943 และทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้โฮเมอร์สร้างสรรค์ผลงานการเขียนที่โด่งดังก้องโลกอย่างมหากาพย์อิเลียดและโอดิสซีย์ชม (ด้านนอก) ม้าไม้เมืองทรอยฉบับที่ใช้ถ่ายภาพยนตร์ฮอลลีวูด (Wooden Horse of Troy)หนึ่งในกลยุทธ์ทางการทหารที่ชาญฉลาด และเป็นเหตุให้เมืองทรอยพ่ายแพ้แก่กรีก จึงกลายเป็นเรื่องราวที่โจทย์จันท์และโด่งดังไปทั่วโลก และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองทรอยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย                       นำท่านเข้าชมอัซเคลปิออน (Asklepion)ที่ในอดีตนั้นเคยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ที่ยิ่งใหญ่ ตัววิหารนั้นได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อ 400 ปีก่อนคริสตกาล เพื่อถวายแด่เทพอัซเคลปิออส เทพแห่งการรักษาเมืองนี้ ยังเป็นเมืองศูนย์กลางของการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในขณะนั้น และยังเป็นโรงเรียนสอนเกี่ยวกับจิตวิทยาแห่งแรกของโลก ปัจจุบันเราจะยังได้เห็นร่องรอยความยิ่งใหญ่ในอดีตได้
                   นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิชเมียร์(IZMIR) เพื่อเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก             BLANCA HOTELหรือเทียบเท่า
วันที่ห้า                   เมืองโบราณเอฟิซุส-ร้านเสื้อหนัง-ปามุคคาเล่
เช้า                         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอฟิซุส (Ephesus)ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองโบราณและเป็นเมืองหลวงแห่งเอเชียของอาณาจักรโรมัน เมืองเอฟิซุสถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ยุคก่อนคริสต์กาลเสียอีก และก็ดำเนินมาพร้อมกับยุครุ่งเรืองของชนชาติกรีก ตรงกับยุคโรมันสมัยของ “จักรพรรดิออกุสตุส ซีซาร์” (Augustus Caesar) เป็นศูนย์กลางทางการค้าการเงินของเอเซียตั้งแต่หลังจาก พ.ศ. 900 เป็นต้นมา ปัจจุบันนี้แม้จะผ่านมานานกว่า 2,000 ปีแล้วแต่เอฟิซุสก็ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาได้ดีที่สุดเมืองหนึ่งของโลก สิ่งที่มีให้เราได้ชมกันจึงเป็นความยิ่งใหญ่ของซากเมืองโบราณ โรงละครเก่าแก่ที่จุผู้ชมได้มากถึง 25,000 คน เทียบได้เป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้น แม้จะเริ่มกร่อนไปบ้างแต่เท่าที่เหลือก็ยังดูแข็งแกร่ง และในโอกาสพิเศษต่างๆ ก็อาจมีการจัดแสดงแสงสีเสียงบ้างในโรงละครแห่งนี้ บริเวณอื่นๆ ยังมีโรงอาบน้ำโบราณแบบตุรกีแท้ แท่นบูชาเทพเจ้า มี ห้องสมุดเซลซุสที่สร้างโดยกงสุล “ทิเบเรียส จูเลียสอควิลา” (Julius Aquila) เพื่ออุทิศแด่นายกเทศมนตรีซึ่งเป็นพ่อของท่านกงสุล และยังได้บรรจุศพของผู้เป็นพ่อไว้ใต้ห้องสมุดแห่งนี้ แต่มาถูกทำลายทั้งตัวอาคารและหนังสือจากข้าศึกศัตรู มีการประสบภัยจากแผ่นดินไหวบ้าง เสียหายไปมากแต่ก็ยังยืดหยัดเคียงคู่กาลเวลามาได้ไม่ห่างกันนักมี วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน (Temple of Hadrian)ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่จักรพรรดิเฮเดรียน ซึ่งพระองค์คืออีกหนึ่งจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของโรมัน วิหารแห่งนี้เมื่อเทียบกับอายุแล้วต้องบอกว่ายังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก และยังถูกออกแบบอย่างสวยงามโดยเฉพาะเสาโครินเธียนทั้ง 4 ต้นที่อยู่ทางด้านหน้าวิหาร โครงประตูหน้ามีจั่วหินโค้งแกะสลักลวดลายสวยงามน่ามอง 
นำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูงประเทศตุรกีถือเป็นประเทศหนึ่งที่ขึ้นชื่อในด้านเครื่องหนัง และมีการผลิต ผลิตภัณฑ์จากหนังคุณภาพสูงออกมาได้อย่างดี ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้นเครื่องหนั่งกันได้ตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กระเป๋า เสื้อโค้ช และอีกมากมาย
เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย              นำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)ในอดีตปามุคคาเล่เคยเป็นที่ตั้งของนครเฮียราโปลิส (Hierapolis)และที่ตั้งของลานหินปูนขนาดมหึมา ชมปราสาทปุยฝ้ายสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติเกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินซึ่งมีส่วนประกอบของแคลซียมออกไซด์และมีอุณภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียสได้ไหลลงมาจากภูเขา “คาลดากิ” แล้วแร่ธาตุเกิดการตกตะกอนทำปฏิกิริยาจับตัวกันเป็นก้อนแข็งลดหลั่นเป็นชั้นเป็นแอ่งเป็นลานต่างกันไป แต่กลับกลายเป็นเหมือนประติมากรรมจากฝีมือธรรมชาติ สวยงามแปลกตาจนในที่สุดปามุคคาเลก็ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโกเมื่อในปี พ.ศ. 2531 คำว่า “ปามุคคาเล่ ในภาษาตุรกีนั้นหมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” เพราะบางส่วนบางมุมของก้อนแคลเซียมก็มีรูปร่างคล้ายก้อนเมฆหรือก้อนหิมะตามแต่จะจินตนาการ ส่วนบางจุดก็จะเป็นแอ่งรองรับน้ำแร่อุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียสที่ชาวตุรกีนิยมนำไปอาบและดื่มกิน เพราะเชื่อว่าเป็นน้ำแร่ธรรมชาติที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคทางเดินปัสสาวะ โรคไตและโรคไขข้ออักเสบ
ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก             TRIPOLIS HOTELหรือเทียบเท่า
วันที่หก                   ปามุคคาเล่-คอนย่า-คาราวานสไลน์-คัปปาโดเกีย-ชมระบำหน้าท้อง
เช้า                         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
                   นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya)เมืองที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้เมืองใดเพราะมีตำแหน่งเป็นถึงอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรอนาโตเลียในอดีต เมืองคอนยาเจริญรุ่งเรืองมากในสมัย สุลต่านอาเลดิน เคย์โคบาทความรุ่งเรืองนี้ทำให้เกิดการก่อสร้างอาคารและวิหารต่างๆ มากมาย และส่วนใหญ่สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ก็โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของเปอร์เซียและไบแซนเทียมตามที่ได้รับอิทธิพลเข้ามาในเวลานั้นชมท่านถ่ายรูปด้านนอกคาราวานสไลน์ (Caravanserai)ซึ่งเป็นจุดพักแรมของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นโรงแรมข้างทางของคนเดินทางในยุคนั้น หากมองจากมุมสูงจะเห็นเป็นเหมือนรั้วกำแพงล้อมเป็นกรอบสี่เหลี่ยมอยู่กลางทุ่งกว้าง ตรงกลางของกรอบจะเป็นพื้นที่โล่งหรืออาจจะมีบ่อน้ำธรรมชาติ และมีส่วนที่เป็นหลังคาสามารถบังแดดฝนและลมหนาวได้ นักเดินทางที่มาพร้อมกองคาราวานม้าและอูฐมักแวะพักแรมในช่วงค่ำ จนรุ่งเช้าก็จะออกเดินทางต่อ
เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย              นำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)เมืองมรดกโลกจากการการันตีโดยยูเนสโก และยังเป็นเมืองที่อุดมไปด้วยความสวยงามของภูมิประเทศ เพราะตั้งอยู่ระหว่างทะเลและภูเขา ด้วยรูปลักษณ์ของคัปปาโดเกียที่ดูแปลกไม่เหมือนใคร ทำให้มีคำถามเกิดขึ้นเสมอว่า เหตุใดคัปปาโดเกียจึงมีลักษณะเช่นนี้ เพราะแม้แต่ผู้ที่ค้นพบคับปาโดเกียคนแรกอย่าง “ฮาลี คานาโซส” ก็ยังสงสัยในรูปทรงประหลาดของดินแดนแห่งนี้พื้นที่ที่เป็นคัปปาโดเกียอย่างที่เห็นทุกวันนี้เมื่อกว่า 3 ล้านปีก่อนหลังจากเกิดการระเบิดของภูเขาไฟอย่างรุนแรง ก็ได้ผลักดันลาวาออกมาเป็นจำนวนมาก และทับถมทั้งเถ้าถ่านหนาบางคละกันไปจนเกิดเป็นแผ่นดินใหม่ขึ้น จากนั้นก็ถูกแดด ฝน ลม หิมะกัดเซาะทีละเล็กละน้อย ระยะเวลา 3 ล้านปีธรรมชาติจึงสร้างสรรค์ความแปลกให้แก่โลกแบบคาดไม่ถึง คัปปาโดเกียจึงกลายเป็นเหมือนดินแดนพิศวงที่เต็มไปด้วยแท่งหินเป็นรูปทรงกระบอกบ้าง รูปกรวยคว่ำบ้าง บางชิ้นเป็นเหมือนปล่องหรือโดมสูงที่คนสามารถเข้าไปอยู่ด้านในได้ และมีอยู่มากมายเหมือนเป็นเมืองในเทพนิยาย จนชาวพื้นเมืองพากันเรียกคัปปาโดเกียในอีกชื่อหนึ่งว่า ปล่องไฟนางฟ้า(Fairy Chimney)
ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
                   นำท่านชมระบำหน้าท้องกิจกรรมที่ควรได้สัมผัสและอย่าพลาดให้ตัวเองต้องเสียดายในภายหลัง เพราะนี่คือกิจกรรมพิเศษที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์สำคัญของชาวตุรกีมาตั้งแต่อดีต และนักท่องเที่ยวก็มักรอคอยที่จะได้ชม โดยเฉพาะไฮไลท์ของการแสดงก็ต้องเป็น “ระบำหน้าท้อง” (Belly Dance) ที่ชวนตื่นตาตื่นใจและรู้สึกสนุกคึกคักไปกับผู้แสดงด้วย นักแสดงเหล่านี้ถือว่าเป็นยอดฝีมือ หากโชคดีกว่านั้นคุณจะไม่ได้เป็นแค่ผู้ชมแต่อาจถูกเชิญให้ขึ้นบนเวทีไปร่วมสนุกกับนักแสดงเหล่านี้ด้วยก็ได้ ฉะนั้นนอกจากจะสนุกแล้วก็ยังจะได้ประสบการณ์ดีๆ และความประทับใจกลับบ้านอีกด้วย
ที่พัก             Mustafa Hotelหรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ด                   คัปปาโดเกีย-นครใต้ดินคาร์ตัค-พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่-โรงงานพรม-อังคาร่า
เช้า                         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สำหรับท่านที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณล็อบบี้ โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทบอลลูนรอรับท่าน เพื่อนำท่านเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด กับการนั่งบอลลูนชมวิวสวยๆ ของเมืองคัปปาโดเกียจากด้านบนพร้อมรับประกาศนียบัตรที่มอบให้กับทุกท่าน
(ทัวร์นั่งบอลลูนนี้เป็นทัวร์พิเศษ ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ค่าขึ้นบอลลูนประมาณท่านละ 250ดอลล่าร์สหรัฐ กรุณาสอบถามหัวหน้าทัวร์)
นำท่านเข้าชมถ้ำใต้ดินคาร์ตัด (CARDAK UNDERGROUND CITY) เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินสมัยก่อนตอนเกิดสงคราม
เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย                       นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum)ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง พ.ศ. 552 เพราะฉะนั้นที่นี่จะมีสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์อยู่มากกว่าเมืองอื่นๆ อย่างเช่น โบสถ์เซนต์บาร์บาราที่ถือได้ว่าเป็นโบสถ์เก่าแก่ที่สร้างขึ้นในยุคแรกๆ ที่มีภาพเขียนแนวเฟรสโกโทนบนผนังและเพดานโบสถ์ แต่เพราะเสลาที่ยาวนานทำให้สีของภาพจืดจางลงไปมากแล้ว และ “โบสถ์แอปเปิล” ที่อยู่ใกล้กัน หากอยากเห็นภาพเขียนแนวเฟรสโกโทนที่สีสันจัดจ้านมากกว่าในโบสถ์เซนต์บาร์บาราก็ให้มาที่นี่  ซึ่งส่วนมากเป็นภาพที่แสดงถึงพระประวัติของพระเยซู และที่ได้ชื่อเรียกว่าโบสถ์แอปเปิลก็เพราะด้านหน้าของโบสถ์มีต้นแอปเปิลอยู่นั่นเอง รวมทั้งที่ “โบสถ์มังกร” หรือที่ชาวพื้นเมืองเรียกว่า “YilaniKilise” ก็จะมีความน่าสนใจอยู่ที่ภาพวาดการต่อสู้ของนักรบในยุคนั้น
นำท่านชมโรงงานทอพรมผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ที่มีลวดลายที่สวยและประณีต ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสิ้นค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย
                   นำท่านเดินทางสู่โรงงานเครื่องประดับ(Jewelly Factory)เพื่อให้ท่านได้ชมการสาธิตกรรมวิธีการผลิตสินค้าพื้นเมืองที่มีคุณภาพและชื่อเสียงโด่งอิสระให้ท่านเลือกซื้อได้ตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอังคาร่า (Ankara)เมืองหลวงของประเทศตุรกี และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากอิสตันบูล เป็นศูนย์กลางของทั้งคมนาคม เศรษฐกิจ และการศึกษาของประเทศอีกด้วย
ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก             SERGAH Hotelหรือเทียบเท่า
วันที่แปด       อังคาร่า-อิสตันบูล-สไปซ์มาร์เก็ต
เช้า                         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองอิสตันบูล (Istanbul)
เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย              อิสระช้อปปิ้งที่ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market) ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากตลาดแกรนด์บาร์ซาร์ และก็ก่อตั้งมานานตั้งแต่ พ.ศ. 2203 สินค้าที่มีจำหน่ายในตลาดแห่งนี้ก็ตรงตามชื่อนั่นคือกลุ่มเครื่องเทศที่แทบทุกร้านจะมีกระบะไม้วางเรียงกันเป็นแถวแล้วบรรจุผงเครื่องเทศไว้จนเต็ม เครื่องเทศแต่ละชนิดก็มีสีสันแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จึงมักเป็นคนพื้นที่ที่จะมาซื้อนำไปปรุงอาหาร และยังมีสินค้ากลุ่มธัญพืชทั้งหลาย โดยเฉพาะตระกูลถั่วของตุรกีจะเป็นที่ขึ้นชื่อมากในตลาดเครื่องเทศยังมีผลไม้ทั้งสดและแห้ง น้ำผึ้งแท้ น้ำมันหอมระเหย สมุนไพร ชาท้องถิ่นชั้นดี และที่น่าลองชิมสำหรับนักท่องเที่ยวก็คือขนมพื้นเมืองของตุรกีแท้ๆ ตรงตามต้นตำรับก็หาได้ไม่ยากในตลาดแห่งนี้ และยังมีราคาถูกอีกด้วย
ค่ำ                *.*.*. อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย *.*.*.
ที่พัก             GOLDEN WAYหรือเทียบเท่า
วันที่เก้า                  อิสตันบูล-แกรนด์บาซ่า-ดูไบ-ประเทศไทย
เช้า                         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าที่แกรนด์บาร์ซ่า ตามอธัยาศัย…นำท่านเดินทางสู่ สนามบินอิสตันบูล
15.35น.        (เวลาท้องถิ่น)ออกเดินทางสู่ ประเทศไทย โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK120/EK374
                   *.*.*. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ *.*.*.
วันที่สิบ                   ประเทศไทย
07.35 น.       (เวลาท้องถิ่น)เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
 
อัตราค่าใช้จ่าย
 
วันที่เดินทาง ผู้ใหญ่ พักเดี่ยว เพิ่ม
4-13 ก.พ. / 18-27 ก.พ. / 4-13 มี.ค.
13-22 มี.ค. / 18-27 มี.ค. / 1-10 เม.ย.
14-23 เม.ย. / 24 เม.ย. – 3 พ.ค.
30 เม.ย. – 9 พ.ค. / 5-14 พ.ค.
29 พ.ค. – 7 มิ.ย. / 9-18 มิ.ย.
29,900.- 9,500.-
3-12 ก.ค. 34,900.- 9,500.-
** ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ในการเปลี่ยนแปลงราคา หากทางสายการบินมีการ ขึ้นราคาของภาษีน้ำมันและ/หรือภาษีประกันภัยการเดินทาง ***
#ทัวร์ตุรกีนอนถ้ำ
#ทัวร์ตุรกีราคาถูก
#ทัวร์ตุรกีโปรไฟไหม้
คำเกี่ยวข้อง: ทัวร์ตุรกี, ตุรกีทัวร์, เที่ยวตุรกี, ทัวร์ตุรกีโปรโมชั่น, ทัวร์ตุรกีราคาถูก, ทัวร์ตุรกีโปรไฟไหม้, ทัวร์ตุรกีม้าไม้, ทัวร์ตุรกีเมืองทรอย, ทัวร์ตุรกีเที่ยวอิสตันบูล, ทัวร์ตุรกีอิสตันบูล
 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

ทัวร์สแกนดิเนเวีย เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ 10 วัน 7 คืน บิน การ์ต้า แอร์เวย์ QR เดินทาง กุมภาพันธ์ -พฤษภาคม 63 ราคาเริ่ม 69,900 บาท
ราคา : 69,900.00 บาท
ทัวร์ยุโรป อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 10 วัน 7 คืน บินTG เดินทาง เมษายน-มิถุนายน 63 ราคาเริ่ม 69,900 บาท
ราคา : 69,900.00 บาท
ทัวร์รัสเซีย มอสโคว์ เซนท์ปีเตอร์เบิร์ก 7 วัน 5 คืน บินTG เดินทาง มกราคม – มิถุนายน 63 ราคาเริ่ม 53,900 บาท
ราคา : 53,900.00 บาท
ทัวร์ยุโรปตะวันออก 6วัน3คืน ออสเตรีย เชค สโลวาเกีย บินBR เดินทาง มีนาคม-มิถุนายน 63 ราคาเริ่ม 35,999 บาท
ราคา : 35,900.00 บาท
ทัวร์รัสเซีย แสงเหนือ มอสโคว์ ซาร์กอร์ส มูรมันสค์ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 9วัน6คืน ราคาเริ่มต้น 69,900 เดือน มกราคม-มีนาคม 63 บินEK
ราคา : 69,900.00 บาท
ทัวร์อังกฤษ 7วัน4คืน บินSQ กุหลาบอังกฤษ เดินทางเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน 63 ราคาเริ่ม 45,999 บาท
ราคา : 45,999.00 บาท


สนใจ / สอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล *
หมายเลขโทรศัพท์ *
Email *
ข้อความ *
Copyright by fanclubtour.com & TAT License 11/07502
Engine by MAKEWEBEASY