• หน้าแรก
  • ทัวร์ต่างประเทศ
  • ทัวร์ในประเทศ
  • แพ็คเกจทัวร์
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • จองโรงแรม
  • เกี่ยวกับเรา/ติดต่อเรา
LINE QR CODE
LINE ID
ทัวร์เอเชีย
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์จีน
ทัวร์ไต้หวัน
ทัวร์ฮ่องกงมาเก๊า
ทัวร์สิงคโปร์
ทัวร์พม่า
ทัวร์เวียดนาม
ทัวร์ลาว กัมพูชา
ทัวร์บาหลี บรูไน
ทัวร์ดูไบ
ทัวร์อินเดีย ภูฏาน
ทัวร์อียิปต์ จอร์แดน
ทัวร์ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์
ทัวร์อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส
ทัวร์อังกฤษ
ทัวร์รัสเซีย ตุรกี
ตรวจสอบใบอนุญาต
ติดต่อเรา
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
26 พฤษภาคม 2562
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30  31   
             
  ทัวร์ยุโรป
[ +zoom ]
ทัวร์ตุรกี ฤดูกาลเก็บเชอรี่ 9วัน6คืน บินTK พักหรู 5 ดาว เดินทาง พฤษภาคม-มิถุนายน 62 ราคาเริ่ม 33,900 บาท
Print
รหัสสินค้า : FCBT5204
ราคา : 33,900.00 บาท

ทัวร์ตุรกี ฤดูกาลเก็บเชอรี่ 9วัน6คืน บินTK พักหรู 5 ดาว เดินทาง พฤษภาคม-มิถุนายน 62 ราคาเริ่ม 33,900 บาท
พิเศษ!! ลิ้มรสเชอร์รี่สดๆจากสวน
ชมดินเเดน 2 ทวีป นั่งบอลลูน ชมเมืองคัปปาโดเกีย

 
วันแรก                   กรุงเทพ • ตุรกี • อิสตันบูล                                      ä (-/-/-)
 
เที่ยวบินที่ TK65
18.30 น.         พร้อมกันที่สนามบินสุววรณภูมิ เคาท์เตอร์สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์เคาท์เตอร์ U ประตู 9
Turkish Airlines (TK)โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
21.45 น.         ออกเดินทาง (บินตรง)สู่ประเทศตุรกี เมืองอิสตันบูลโดยเที่ยวบินที่ TK65
เที่ยวบินที่ TK69
20.00 น.         พร้อมกันที่สนามบินสุววรณภูมิ เคาท์เตอร์สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์เคาท์เตอร์ U ประตู 9
Turkish Airlines (TK)โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
23.00 น.         ออกเดินทาง (บินตรง)สู่ประเทศตุรกี เมืองอิสตันบูลโดยเที่ยวบินที่ TK69
วันที่สอง          สนามบินอิสตันบูล• เมืองชานักกาเล • เมืองโบราณทรอย• ถ่ายรูปกับม้าโทรจัน • เมืองไอวาลิค
ä (เช้า/กลางวัน/เย็น)
 
 
04.00/05.20 น.     เดินทางถึง ท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตูร์ก ประเทศตุรกี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วพบการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ (เวลาท้องถิ่นที่ตุรกีช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)
ออกเดินสู่         เมืองอิสตันบูลเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอานาโตเลีย)
เช้า                 äบริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
เดินทางสู่         เมืองชานักกาเล(Canakkale)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง เป็นเมืองที่ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของตุรกี มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เดิมมีชื่อว่า โบกาซี่ หรือ เฮลลสปอนต์มีความยาว 65 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 1.3 กิโลเมตร เนื่องจากตั้งอยู่บนจุดแคบที่สุดของช่องแคบดาร์ดาแนลส์ ใกล้กับ แหลมเกลิโบลูของกรีซ บนฝั่งของ 2 ทะเลคือ ทะเลมาร์มารา และ ทะเลเอเจียนชานักกาเล อยู่ห่างจากกรุงอิสตันบูล เมืองหลวงของตุรกีด้วยการเดินทางทางรถยนต์ประมาณ 4 ชั่วโมง เคยเป็นที่ตั้งของเมืองทรอย ที่ปรากฏในสงครามกรุงทรอย ปัจจุบัน มีซากของกำแพงเมืองที่เป็นหินหนาปรากฏอยู่ จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ
เที่ยง               äรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้น            ชม เมืองโบราณ ทรอย(Troy)ตามตำนานกรีกโบราณในมหากาพย์เรื่อง ‘อิเลียต’ (Iliad) ของกวีนามว่า ‘โฮเมอร์’ (Homer) ได้มีการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘กรุงทรอย’ (Troy) เอาไว้ว่า ‘กรุงทรอย มีที่ตั้งอยู่ในบริเวณจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดของช่องแคบเฮลเลสพอนด์ (Hellenpond) ทำให้นครแห่งนี้สามารถควบคุมเส้นทางการติดต่อทั้งทางบกและทางน้ำระหว่างทวีปเอเชียและทวีปยุโรปได้’ ตามบันทึกที่ว่านี้นั้นแรกเริ่มเดิมทีเหล่านักปราชญ์และผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างก็เชื่อว่ากรุงทรอยเป็นแค่เมืองในตำนาน หาได้มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ไม่ หากแต่เมื่อราว 140 ปีที่แล้ว มีผู้ค้นพบซากของเมืองโบราณแห่งหนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่านี่คือซากของ ‘กรุงทรอย’
ระหว่างทาง      แวะถ่ายรูป กับม้าโทรจัน หรือ ม้าไม้เมืองทรอย (Trojan horse)เป็นม้าขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้ จากมหากาพย์อีเลียดเรื่องสงครามเมืองทรอย ม้าไม้นี้เกิดขึ้นจากอุบายของโอดิสเซียส ในการบุกเข้าเมืองทรอย ที่มีป้อมปราการแข็งแรง หลังจากที่รบยืดเยื้อมานานถึง 10 ปีแล้ว ด้วยการให้ทหารสร้างม้าไม้นี้ขึ้นมา แล้วลากไปวางไว้หน้ากำแพงเมืองทรอย แล้วให้ทหารกรีกแสร้งทำเป็นล่าถอยออกไป เมื่อชาวทรอยเห็นแล้วเข้าใจว่าเป็นบรรณาการที่ทางฝ่ายกรีกสร้างขึ้นมาเพื่อบูชาเทพเจ้าและล่าถอยไปแล้ว จึงลากเข้าไปไว้ในเมืองและฉลองชัยชนะ เมื่อตกดึก ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ ก็ไต่ลงมาเผาเมืองและปล้นเมืองทรอยได้เป็นที่สำเร็จ
เย็น                 äรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารเดินทางสู่เมืองไอวาลิคใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30ชั่วโมง
ที่พัก               HALIC PARK HOTELหรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาวตามมาตรฐานดาวตุรกี ที่เมืองไอวาลิค
วันที่สาม          คุชาดาสึเมืองโบราณเอฟฟิซุส บ้านพระแม่มารี โรงงานผลิตเสื้อหนัง ปามุคคาเล
ä (เช้า/กลางวัน/เย็น)
 
เช้า                 äบริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
จากนั้น            เดินทางสู่เมืองคุชาดาสึ(Kusadasi)ชมเมืองโบราณเอฟฟิซุส  (Ephesus)  เมืองโบราณที่ได้มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีแห่งหนึ่งของโลก เมืองเอฟฟิซุสเป็นเมืองในยุคโบราณที่ยิ่งใหญ่ สวยงามสมกับการเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณเมืองโบราณเอฟฟิซุส รุ่งเรืองในยุคสมัยกรีก และโรมัน มีอายุกว่า 2,500 ปี เป็นที่อยู่อาศัยของชาวไอโอเนียน (Ionian) ที่อพยพมาจากกรีก ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นมาในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาลแผนผังเมืองเอฟฟิซุสนั้นได้ชื่อว่าเป็นเลิศทางด้านยุทธศาตร์ทหาร และการค้า โดยตัวเมืองตั้งอยู่ติดกับทะเลอีเจี้ยน เรือสินค้าสามารถเทียบท่าได้ใกล้ประตูเมืองมาก และตัวเมืองเอฟฟิซุสนั้นตั้งอยู่ในหุบเขาที่ขนาบด้วยภูเขาสูงสองด้าน คือภูเขาคอเรสซัส (Mount Coressus) กับ ภูเขาไพออน (Mount Pion) จึงทำให้ข้าศึกบุกโจมตีได้ยากมาก
 
บ้านพระแม่มารี (House of Vergin Mary)เชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้น
พระชนม์ในบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คริสศาสนิกชนจะต้องหาโอกาสขึ้นไปนมัสการให้ได้สักครั้ง
เที่ยง               äรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร        ชมโรงงานผลิตเสื้อหนังที่มีคุณภาพและชื่อเสียงของตุรกี เสื้อแจ็กเก็ตและหนัง มีคุณภาพดี แบบทันสมัย มีน้ำหนักเบา ฟอกหนังดี นุ่มบางเบา สวมใส่สบายขึ้น ราคาถูกกว่าในยุโรปหรือสหรัฐอเมริการครึ่งต่อครึ่ง เพราะตุรกีเป็นผู้ผลิตและส่งออกไปขายทั่วโลกจากนั้น ชิม และชอปปิ้ง ที่ ร้านขนมเตอร์กิช ดีไลท์ ขนมหวานสัญชาติตุรกี ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกกันว่า โลคุม (Lokum) เป็นขนมหวานทรงลูกเต๋า ที่ประกอบขึ้นจากแป้งและน้ำตาล มักจะมีอัลมอนด์ ถั่วพิสตาชิโอ วอลนัท และแมคคาเดเมีย ผสมเข้าไปด้วย
จากนั้น                        นำท่านเดินสู่ ปามมุคคาเล(Pamukkale)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง.
เย็น                 äรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก               PAM THERMAL HOTELหรือเทียบเท่าระดับ 5ดาวที่เมือง PAMUKKALAมาตรฐานดาวตุรกี
 
วันที่สี่              ปามุคคาเล• ปราสาทปุยฝ้าย • เมืองคอนย่า • ฟาร์มเชอรี่ • พิธภัณฑ์เมฟลานา         ä (เช้า/กลางวัน/เย็น)
 
เช้า                 äบริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
ปามุคคาเล แปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) ในภาษาตุรกี ตั้งอยู่ในเมืองปามุคคาเล จังหวัดเดนิซลิ (Denizli) ประเทศตุรกี มีลักษณะเป็นระเบียงน้ำพุเกลือร้อน ซึ่งเกิดขึ้นจากการเกิดแผ่นดินไหวของโลก
 
ในอดีต มีความยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร สูง 160 เมตร ความงดงามสุดวิจิตรของสถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นจากบ่อน้ำร้อนที่อุดมไปด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต หรือหินปูน ซึ่งเมื่อน้ำพุร้อนระเหยขึ้นมาเป็นเวลาเนิ่นนาน ไอน้ำก็จะค่อย ๆ ก่อให้เกิดชั้นของแคลเซียมเกาะบริเวณขอบบ่อจนเกิดเป็นผนังสีขาวขึ้นนั่นเองด้วยความเชื่อว่า ปามุคคาเล เป็นเหมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีสรรพคุณในการรักษาบำบัดการอาการต่าง ๆ ทำให้ในอดีตชนเผ่ากรีก-โรมันได้เข้ามาสร้างเมืองอยู่บนบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ และขนานนามเมืองนั้นว่า ฮีเอราโพลิส อันหมายถึงเมืองศักดิ์สิทธิ์ และปามุคคาเล ก็ได้ถูกใช้เป็นสปาบำบัดโรคมานานกว่าพันปี
เดินทางสู่          เมืองคอนย่าใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงเมืองนี้เป็นเมืองสำคัญทางศาสนาอิสลามเป็นเมืองต้นกำเนิดศาสนาอิสลาม  เชิญท่านมาในดินแดนแห่งนี้พิธีที่แตกต่างออกไปจากอิสลามทั่วไปคือพิธี Sema Dance เป็นการเต้นรำแบบใส่ชุดเหมือนกระโปรงหมุนเพื่อเข้าถึงพระเจ้า
ระหว่างทาง       นำท่านแวะเมืองอิสปาร์ต้าเมืองแห่งผลไม้ นำท่าน ชมฟาร์มเชอรี่  ซึ่งช่วงฤดูการออกผลเชอรี่ระหว่างเดือนพ.ค.-มิ.ย.ของทุกปี  ให้ท่านได้สนุกสนานกับการเก็บผลเชอรี่พร้อมลิ้มรสชาติของเชอรี่ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อผลไม้เชอรี่กันอย่างจุใจสดๆจากสวน
เที่ยง               äรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม         พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า(Mevlana museum)หรือสำนักลมวน ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1231 โดยเมฟลาน่า เจลาเลดดิน ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม  พิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟานา เจลาเลดดินภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในตกแต่งประดับประดาฝาผนังแบบมุสลิม
 
เย็น                 äรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก               RAMADA PLAZA KONYA HOTELหรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาวมาตรฐานดาวตุรกีที่เมืองคอนย่า
 
วันที่ห้า            เมืองคอนย่า •สถานนีคารวาน •เมืองคัปปาโดเกีย•พิพิธภัณฑ์เกอเรเม•นครใต้ดินคาดัค
โชว์ระบำหน้าทอง Belly Dance                                               ä (เช้า/กลางวัน/เย็น)
 
เช้า                 äบริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
แวะชม              สถานีคาราวาน(Caravanserai)มักจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีอิทธิพลจากเปอร์เชียที่ก่อสร้างเป็นที่พักเล็กข้างทางที่นักเดินทางสามารถใช้สำหรับการพักผ่อนให้หายเหนื่อยจากการเดินทางสถานีคาราวานตั้งอยู่ได้จากการคมนาคมทางการค้า การติดต่อสื่อสาร และการเดินทางของผู้คนในเครือข่ายของเส้นทางารค้า (traderoutes)ที่ครอบคลุมเอเชียแอฟริกาเหนือ และ ยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ สถานีคาราวานอาจจะเป็นที่รู้จักในภาษาไทยด้วยชื่อเรียกว่า "โรงเตี๊ยม"
เดินทางสู่         เมืองคัปปาโดเกีย(Cappadocia)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไตต์ แปลว่า
“ดินแดนม้าพันธุ์ดี”  ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกีเป็นพื้นที่พิเศษเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟ ฮาซานเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว(ปัจจุบันภูเขาไฟทั้ง 2 ดับแล้ว)ทำให้ลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา  จากนั้นกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ ได้ร่วมด้วยช่วยกันกัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆนับแสนนับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย(คว่ำ) ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง จนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า ที่ในปี ค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี
 
จากนั้น                นครใต้ดินคาดัค(CardakUnderground City)เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู ในยามสงคราม ของชาวคัปปาโดเกียในอดีต โดยทั้งจากชาวอาหรับจากทางตะวันออกที่ต้องการเข้ามายึดครองดินแดนนี้เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้าและชาวโรมันจากทางตะวันตกด้วยเหตุผลเดียวกัน รวมทั้งต้องการที่จะหยุดยั้งการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในดินแดนแถบนี้ด้วยเมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นถ่ายเทเย็นสบาย หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น มีอุณหภูมิเฉลี่ย 17-18 องศาเซลเซียส และด้วยการออกแบบที่ดี มีทางออกฉุกเฉินที่เป็นทางระบายอากาศไปในตัว ทำให้อากาศถ่ายเท
เที่ยง                   äรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้น                ชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม เป็นสถานที่ที่มีความงดงามและเต็มไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ได้รับขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี1984 สร้างโดยชาวคริสต์ที่หลบหนีการเข่นฆ่าคนต่างศาสนาของทหารออตโตมัน และสร้างโบสถ์ไว้มากกว่า 30 แห่ง จนกลายเป็นศูนย์กลางสำนักสงฆ์เมื่อราวปี 300-1200 ภายในมีภาพวาดเฟรสโกบนผนังและเพดานภายในถ้ำที่ถูกวาดไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ช่างงดงามตราตรึงใจแก่ผู้มาเยือน
เย็น                       äรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
จากนั้น                  นำท่านชมการแสดงพื้นเมือง “โชว์ระบำหน้าท้อง” Belly Danceเป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่ง เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปีในดินแดนแถบอียิปต์และเมดิเตอร์เรเนียน นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่า ชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลาย มีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงาม จนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน
ที่พัก                 พักโรงแรมตกแต่งสไตล์ถ้ำ 1 คืนUCHSAR CAVE HOTELหรือเทียบเท่าในระดับเดียวกันมาตรฐานตุรกี
** ในกรณีโรงแรมสไตล์ถ้ำเต็ม ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ใช้โรงแรมเทียบเท่าระดับเดียวกันแทน**
 
วันที่หก            นั่งบอลลูนชมวิวเมืองคับปาโดเกีย (ไม่รวมค่านั่งบอลลูน)ชมโรงงานผลิตพรมทอมือ • โรงงาน
เซรามิค จิวเวอรี่เมืองอังการาทะเลสาบน้ำเค็ม กรุงอังการา •สุสานอาตาเตริ์กä (เช้า/กลางวัน/เย็น)
 
 
05.00 น.         นำท่านเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศเมืองคัปปาโดเกียยามเช้า โดยการขึ้นบอลลูน โดยท่านจะเห็นวิวทั่วเมืองคัปปาโดเกีย โดยจะนั่งบอลลูนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในรายการ ค่าบริการท่านละ 230 USDโดยประมาณ โดยสอบถามราคากับทางหัวหน้าทัวร์อีกทีในวันที่จะเดินทาง
 
 
เช้า                 äบริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
หลังอาหาร        ชมโรงงานผลิต พรมทอมือ หัตถกรรมของชาวตุรกีที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก มีคุณภาพดี ลวดลายสวยงาม และมีราคาแพง หาซื้อได้ทั่วไป ลวดลายแตกต่างกันออกไปตามแหล่งที่ผลิต แต่ละท้องถิ่นจะมีสินค้าขึ้นชื่อของตนเองโดยเฉพาะ พรมที่มีราคาแพงจะทอด้วยขนสัตว์ มีชื่อเสียงมากที่สุดต้องเป็นของเมืองเฮเรเค (Hereke)พรมมี 2 แบบ ตามลักษณะความยาวของเส้นใบที่ใช้ทอคือ ฮาลี (Hali) เป็นพรมทั่วไป ที่นิยมขายกันอย่างแพร่หลาย ทำจากวัสดุ ทั้งขนสัตว์ ฝ้าย ไหม ระหว่างการทอเมื่อผูกปมแล้วจะตัดเส้นใยออก จะเหลือเพียงด้านเดียวที่มีขนปุยฟูขึ้นมา เป็นลวดลายตามที่ต้องการ อีกแบบคือ "คาลิม" (Kilim) ทอจากขนสัตว์ ฝ้าย และไหม ราคาถูกกว่าฮาลี ชนิดที่มีชื่อเสียงจะมาจากเมืองเฮเรเคจากนั้น ชมโรงงานเซรามิคและโรงงานจิวเวอรี่ อิสระเชิญท่านเลือกชมสินค้าตามอัธยาศัยจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอังการาใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
เที่ยง               äรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ระหว่างทาง       แวะถ่ายรูป ทะเลสาบน้ำเค็ม Lake Tuz (TuzGolu)ทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่เป็นอันดับสองของตุรกี เมื่อหน้าร้อนมาถึงน้ำจะเหือดแห้งเหลือแต่เพียงเกลือกองเป็นแผ่นหนาหลายสิบเซนติเมตร มองเห็นเป็นพื้นสีขาวสุดลูกหูลูกตา และยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังStar War อีกด้วย กรุงอังการา(Ankara)หรือที่มีชื่อตามประวัติศาสตร์ว่าAngoraเป็นเมืองหลวงของตุรกีในปัจจุบัน และเป็นเมืองใหญ่อันดับ ๒  รองจาก
นครอิสตันบูล กรุงอังการาตั้งอยู่ในเขต Central Anatolia  ใจกลางประเทศตุรกีบนที่ราบสูงอนาโตเลีย โดยอยู่ห่างจากนครอิสตันบูลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะทางประมาณ ๔๕๐ กิโลเมตร กรุงอังการาเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง ส่วนราชการ และสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆในตุรกี
จากนั้น            ชม Ataturk Mausoleum หรือMemorial tombเป็นที่ฝังศพของ Mustafa Kemal Ataturk ผู้นำใน
สงครามประกาศอิสรภาพจากอาณาจักรออตโตมันและประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐตุรกี
เย็น                 äรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก               ALTINEL HOTELหรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว ตามมาตรฐานระดับดาวตุรกี เมืองอังการา
วันที่เจ็ด           กรุงอังการา • นครอิสตันบูล• ฮายาโซฟีอา• พระราชวังโดลมาบาห์เช่ • ช่องแคบบอสพอรัส
ä (เช้า/กลางวัน/เย็น)
 
 
เช้า                 äบริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
จากนั้น             นำท่านเดินทางสู่เมืองอิสตันบูลใช้เวลาในการเดินทาง 5 ชั่วโมง
เที่ยง               äรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม         ฮายาโซฟีอา (Hagia Sophia)เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งและมักถูกจัดให้อยู่ในรายการสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางจุดเด่นอยู่ที่ยอดโดมขนาดมหึมากลางวิหาร และนับเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ ฮายาโซฟีอาเคยเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมานานเกือบพันปี จนกระทั่งอาสนวิหารเซบียาสร้างเสร็จในปี 1520สิ่งก่อสร้างที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันถูกสร้างให้เป็นโบสถ์ในระหว่างปี ค.ศ. 532-537 โดยจักรพรรดิจัสติเนียนแห่งจักรวรรดิไบแซนไทน์ และเป็นโบสถ์หลังที่สามถูกสร้างขึ้นในสถานที่เดียวกันนี้ (โบสถ์สองหลังแรกถูกทำลายในระหว่างการจลาจล) โบสถ์นี้เป็นศูนย์กลางของนิกายอีสเทิร์นออร์ทอ
ดอกซ์เป็นเวลาเกือบ 1,000 ปีในปี 1453 หลังจากที่จักรวรรดิออตโตมันพิชิตจักรวรรดิไบแซนไทน์ สุลต่าน
เมห์เหม็ดที่ 2 จึงดัดแปลงโบสถ์ให้กลายเป็นสุเหร่า เช่นย้ายระฆัง แท่นบูชา รูปปั้นต่าง ๆ ออก และสร้าง
สัญลักษณ์ทางอิสลามเช่นเสามินาเรต แทน สุเหร่าโซฟีอาเป็นสุเหร่าหลักของอิสตันบูลมากว่า 500 ปี
ชม                  พระราชวังโดลมาบาห์เช่(Dolmabahce Palace)ซึ่งสร้างเสร็จในสมัยของสุลต่านอับดุลเมจิตซึ่งทรงคลั่ง
ไคล้ความเป็นยุโรปอย่างที่สุดทรงมีพระประสงค์จะให้พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับแห่งใหม่แทนพระราช
วังทอปกาปิการอสร้างพระราชวังโดลมาบาห์เช เน้นความหรูหราอลังการสะท้อนความเป็นสถาปัตยกรรม
แบบยุโรปที่เด่นชัด ด้านหน้าพระราชวังมีหอนาฬิกาใหญ่สไตล์บาร็อกตั้งตระหง่าน ขณะที่ตัวพระราชวังนั้น
งดงามด้วยศิลปะแบบนีโอคลาสสิก ลูกกรงบันไดยังตกแต่งด้วยแก้วเจียระไน ห้องโถงใหญ่ประดับด้วยโคมระย้าขนาดมหึมาหนักกว่า 4.5 ตัน อลังการงานสร้างจริงๆ
 
จากนั้น         นำท่านล่องเรือช่องแคบบอสพอรัส(Bosporus Strait)เป็นช่องแคบที่กั้นระหว่างตุรกีเธรซที่อยู่ในทวีปยุโรปกับคาบสมุทรอานาโตเลียในทวีปเอเชีย เป็นช่องแคบหนึ่งของตุรกีคู่กับช่องแคบดาร์ดะเนลส์ทางตอนใต้ที่เชื่อมกับทะเลอีเจียน ช่องแคบบอสฟอรัสทางตอนเหนือและช่องแคบดาร์ดาเนลส์ทางตอนใต้เชื่อมระหว่างทะเลดำกับทะเลมาร์มะราซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนช่องแคบบอสฟอรัสยาวราว 30 กิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดกว้าง 3,700 เมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 700 เมตร ความลึกระหว่าง 36 ถึง 124 เมตร ฝั่งทะเลของช่องแคบเป็นเมืองอิสตันบูลที่มีประชากรหนาแน่นถึงราว 11 ล้านคน
เย็น             äรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก            QUA HOTELหรือ RETAJ ROYAL เทียบเท่าระดับ 5 ดาวกรุงอิสตันบูล ตามมาตรฐานระดับดาวตุรกี
 
 
วันที่แปด          บลูมอสก์ อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตันฮิปโปโดรม ชมพระราชวังทอปกาปึ สไปซ์มาเก็ต
ä(เช้า/กลางวัน/เย็น)
 
เช้า                 äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้น            ชมสัญลักษณ์ของเมืองนครอิสตันบูล“บลูมอสก์” (Blue Mosque)สุเหร่าสีน้ำเงินสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางมาเยือนเมืองอิสตันบูล มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าสุเหร่าสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan ahmet I) เป็นสุเหร่าที่มีแรงบันดาลใจมาจากการสร้างที่ต้องการเอาชนะและต้องการให้มีขนาดใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟียในสมัยนั้น ซึ่งวิหารเซนต์โซเฟียได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลกนยุคกลางสุเหร่าแห่งนี้ประดับด้วยกระเบื้องอัซนิค บนกำแพงชั้นในที่มีสีฟ้าสดใสลายดอกไม้ต่างๆเช่นกุหลาบ ทิวลิปคาเนชั่น ฯลฯ โดยหันหน้าเข้าวิหารเซนต์โซเฟียเพื่อประชันความงามกันคนละฝั่ง ถ้ามองจากด้านนอกวิหารจะมองเห็นหอสวดมนต์ 6หอ ซึ่งปกติมัสยิดจะมีหอสวดมนต์เพียง 1 หรือ 2 หอ แต่
 
มัสยิดแห่งนี้มี หอมินาเร็ตทั้ง 6หอ ตกแต่งด้วยหน้าต่าง 260 บาน สลับด้วยกระจกสีอันน่าวิจิตร มีพื้นที่ให้ละหมาดกว้างขว้าง มีขนาดใหญ่ ภายในประกอบด้วย โรงเรียนสอนศาสนา โรงพยาบาล ที่พักสำหรับขบวนคาราวาน โรงครัวต้มน้ำ ปัจจุบันเปิดให้เข้าไปทำละหมาด 24 ชั่วโมง
ชม                  อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน(Basilica Cistern)เป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครอิส
ตันบูลสามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 ภายในอุ
โมงค์มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ตั้งแต่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น ปัจจุบันเป็นเพียงที่ท่องเที่ยวอย่างเดียวเท่านั้น
จากนั้น            ชม จัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด(SultanahmedComplex)หรือที่มีชื่อเรียกมาแต่โบราณว่า ฮิปโปโดรม(Hippodrome)ซึ่งย่านแห่งนี้แต่เดิมเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองในยุคไบแซนไทน์และใช้เป็นลานกว้างสำหรับแข่งกีฬาขับรถม้า แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงร่องรอยจากอดีตที่มีแค่ลานและเสาโบราณอีก 3 ต้น คือ เสาโอเบลิสก์แห่งกษัตริย์เธโอโดเชียส (Theodosius Obelisk) เป็นเสาทรงสี่เหลี่ยมฐานกว้างแล้วค่อย ๆ เรียวยาวขึ้นไปเป็นยอดแหลมส่วนเสาโบราณต้นที่ 2 เรียกกันทั่วไปว่า เสางู(Bronze SerpentineColumn)เป็นเสาบรอนซ์ที่แกะลวดลายเป็นรูปงู 3 ตัวพันเกี่ยวกันไปมา      ได้รับการยอมรับว่าเป็นเสาแบบกรีกที่เก่าแก่ที่สุดที่มีเหลืออยู่ในอิสตันบูล และเสาต้นที่ 3 มีชื่อว่า เสาคอนสแตนติน (Column of Constantine) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1483 แต่เดิมเป็นเสาบรอนซ์ แต่ในช่วงสงครามครูเสดได้ถูกศัตรหลอมเอาบรอนซ์ออกไปจนเหลือเพียงแค่เสาปูนเท่านั้น
 
เที่ยง               äรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย                ชมพระราชวังทอปกาปึ(Topkapi Palace)อันเป็นพระราชวังที่ประทับของสุลต่านมานานกว่า 3 ศตวรรษ สร้างโดย 'จักรพรรดิเมห์เม็ตผู้พิชิต'(MEHMET THE CONQUEROR)ในอดีตพระราชวัง
 
ทอปกาปึเคยเป็นสถานที่ฝึกขุนนางทหารรับใช้ของสุลต่านชาวตุรกี ซึ่งคัดเลือกเด็ก ๆ คริสเตียน(พวกนอกศาสนา)มาสอนให้เป็นเติร์กและนับถือศาสนาอิสลาม ต่อมาเมื่อขุนทหารเหล่านี้ออกมารับราชการ
เป็นใหญ่เป็นโตในวังก็กลายเป็นหอกข้างแคร่ และในบางยุคก็ร่วมก่อการปฏิวัติรัฐประหารเลยด้วยซ้ำ ในที่สุดสุลต่าน 'มาห์มุทที่ 3' ก็ตัดสินใจยุบระบบขุนนางทหารรับใช้ซึ่งยืนยงมากว่า 350 ปีนี้ลง และปฏิรูประบบการจัดการทหารในประเทศเสียใหม่ โดยการนำการจัดทัพแบบยุโรปมาใช้ ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่าอาทิ เช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านฯลฯ พระราชวังทอปคาปีเป็นที่สำหรับแสดงทรัพย์สมบัติอันมีค่าของสุลต่านของออตโตมานสมัยต่างๆ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ พระราชวังชั้นนอก, พระราชวังชั้นใน และฮาเร็ม ในอดีตภายในพระราชวังนี้จะมีข้าราชบริพารทำงานกันอยู่ประมาณ 5 พันคน จึงมีสภาพคล้ายตัวเมืองที่ซับซ้อนอยู่ในตัวเมืองอีกชั้นหนึ่ง ตัวพระราชวังนั้นได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรในยุคที่จักรวรรดิออตโตมานรุ่งเรืองถึงขีดสุด 
จากนั้น            ช้อปปิ้งณสไปซ์มาเก็ตเป็นตลาดที่มีอายุเก่าแก่ยาวนาน ถึง 350 กว่าปีสินค้าที่ขายอันดับหนึ่ง ได้แก่
เครื่องเทศ ตามชื่อของตลาดสไปซ์ โดยแทบทุกร้านจะมีกระบะไม้วางเรียงกัน แต่ละกระบะจะบรรจุเครื่องเทศกลิ่นต่างๆ เช่นเครื่องเทศสำหรับหมักเนื้อ ต้มน้ำซุป หรือ แม้แต่อบเชยหรือซีเนมอนที่ใช้ผสมกับเครื่องดื่มนอกจากเครื่องเทศแล้วยังมีสินค้าประเภทถั่ว ชาผลไม้ รวมไปถึงผลไม้อบแห้ง น้ำผึ้งแท้น้ำมันหอมระเหย ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อติดไม้ติดมือไปเป็นของฝาก รวมถึงเตอกิชดีไลท์ ขนมหวานเตอร์กิชต้นตำรับแท้ๆ
เย็น                 äรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
จากนั้น            ได้เวลาอันสมควร เดินทางเข้าสู่สนามบินอิสตันบูล
20.50 น.         ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์เที่ยวบินที่TK68
วันที่เก้า           สนามบินอิสตันบูล• กรุงเทพ
 
ไฟล์ทบิน TK068
01.25 น.         ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ  โดยสายการบินสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์เที่ยวบินที่TK68       
15.00 น.         เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

 
อัตราค่าบริการและเงื่อนไขรายการท่องเที่ยว
ตารางวันเดินทางราคา ตุรกี 9 วัน 6 คืน เดินทางโดยสายการบินเตอกิชแอร์ไลน์(TK)
เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ไฟล์ทบิน ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว
23 พ.ค.62 31 พ.ค.62 TK065/TK068 33,900 33,900 31,900 6,000
06 มิ.ย.62 14 มิ.ย.62 TK065/TK068 34,900 34,900 33,900 6,000
12 มิ.ย.62 20 มิ.ย.62 TK069/TK068 34,900 34,900 34,900 6,000
20 มิ.ย.62 28 มิ.ย.62 TK065/TK068 34,900 34,900 34,900 6,000
** คณะเดินทางจำนวน 35 ท่านต่อกรุ๊ป**
 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

ทัวร์รัสเซีย มอสโคว เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 7วัน5คืน เลสโก ไฮไลท์คนเดิม บิน TG เดินทางเดือน มิถุนายน – กันยายน 62 ราคาเริ่มต้น 56,999 บาท
ราคา : 56,999.00 บาท
ทัวร์ตุรกี Adventure in Istanbul 9 วัน 6 คืน ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท สายการบิน Turkish Airlines เดินทาง พฤษภาคม - มิถุนายน 2562 FCTS1722
ราคา : 29,900.00 บาท
ทัวร์ตุรกี บินภายใน 8 วัน 5 คืน บินTK เดินทางมีนาคม-มิถุนายน 62 ราคาเริ่ม 34,900 บาท
ราคา : 34,900.00 บาท
ทัวร์ยุโรปตะวันออก มนต์รักแม่น้ำดานูบ ฮังการี ออสเตรีย เชก 7 วัน 4 คืน เริ่มต้น 33,900 บาท โดยสายการบินเอมิเรตส์ เดินทาง พฤษภาคม-ตุลาคม 62 FCEB7901
ราคา : 33,900.00 บาท
ทัวร์รัสเซีย มอสโคว์ เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก 8วัน5คืน ราคาเริ่มต้น 37,999 บาท เดินทางเดือนมิถุนายน-ตุลาคม62 สายการบิน Mahan Air FCRG7701
ราคา : 37,999.00 บาท
ทัวร์ยุโรปตะวันออก ออสเตรีย เยอรมนี ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ 9 วัน 6 คืน บินEK เดินทาง มิถุนายน-ตุลาคม 62 ราคาเริ่ม 58,900 บาท
ราคา : 58,900.00 บาท
ทัวร์อังกฤษ สก๊อตแลนด์ เวลส์ 9วัน6คืน บินTG เดินทาง กรกฎาคม - สิงหาคม 62 ราคาเพียง 79,900 บาท
ราคา : 79,900.00 บาท
ทัวร์อิตาลี โรม สวิตเซอร์แลนด์ ยอดเขาจุงเฟรา ฝรั่งเศส EUROPE CLASSIC 10วัน 7คืน บินEK เดินทาง มิถุนายน - ตุลาคม 62 ราคาเริ่ม 65,900 บาท
ราคา : 65,900.00 บาท
ทัวร์รัสเซีย มอสโคว์ ซากอร์ส 7D4N BY SQ เดินทาง เมษายน-มิถุนายน 62 ราคาเริ่ม 36,999 บาท
ราคา : 36,999.00 บาท


สนใจ / สอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล *
หมายเลขโทรศัพท์ *
Email *
ข้อความ *
Copyright by fanclubtour.com & TAT License 11/07502
Engine by MAKEWEBEASY